วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ชวนลิ้มลองอาหารไทยเลิศรส ณ ห้องอาหารชามไทย

16:57:00


       กระดี้..กระด๊า ได้ไปรับประทานอาหารไทยร้านอร่อย จึงอยากมาบอกต่อ เพื่อให้คนรักอาหารไทยได้ไปลิ้มลอง ร้านนี้ชื่อว่า  ห้องอาหารชามไทย ตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ นี่เอง 


    การที่จะออกไปรับประทานอาหารไทยข้างนอกบ้าน สิ่งที่ทุกคนคาดหวัง ส่วนใหญ่คงต้องการความแตกต่างจากที่ทำเองที่บ้าน และถ้าเป็นร้านระดับหรู ความพิถีพิถันและรสชาติอาหาร คือมัน ต้องใช่.. 

      เมื่อไปถึงร้าน "ชามไทย" ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากพนักงาน พร้อมเชิญชวนให้จิบเหล้ายาดองสมุนไพร เรียกน้ำย่อยก่อนรับประทานอาหาร..บรรดาโหลเหล้ายาดองเหล่านี้ จะต้้งโชว์เรียงรายอยู่บริเวณหน้าร้านในมุมที่ดูโดดเด่น โดยจะมี 4 สูตร ให้เลือก ได้แก่ ม้ากระทืบโรง, กำลังช้างสาร, พญาเสือโคร่ง และ โด่ไม่รู้ล้ม ซึ่งที่นี่บ่มดองเองด้วยสูตรเฉพาะ อีกทั้ง ยังใส่ใจในรายละเอียด นับตั้งแต่การเลือกชนิดเหล้าและคัดสมุนไพรที่จะนำมาใช้ดองเหล้า เพื่อให้ได้สรรพคุณที่ดีดั่งที่ตั้งใจ    



         พิจารณาอยู่สักพัก บอกกับพนักงานว่า ขอลองสูตร "โด่ไม่รู้ล้ม" จิบชิมดูแล้ว ได้กลิ่นสมุนไพรชัดเจน รสเหล้าเข้มข้นพอสมควร เล่นเอาเลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่าง ต้องรีบหยิบมะขามเปียกจิ้มเกลือมาแกล้มแทบไม่ทัน บอกว่าเลยว่าช่างเข้ากันดี เหมือนคนยุคก่อน กินกันแบบนี้ เพราะช่วยดับความขม..ข่มความเข้มของเหล้าได้ดีเลยเชียว 


     ได้มะขามเปียกจานนี้เข้าไป เลยต้องจัดเหล้ายาดอง สูตรพญาเสือโคร่ง อีก "ก๊งนึง" ได้ฟิลลิ่งไปอีกแบบ ด้วยความร้อนแรงของเหล้ายาดอง ช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดีจริงๆ 

      จิบเหล้ายาดองเสร็จสรรพ เดินเข้าไปในร้านรู้สึกอบอุ่นด้วยโทนสี และการตกแต่งที่ดูร่วมสมัย มีครัวไทยแบบเปิดอยู่ 2 ด้าน ด้านในมีที่นั่งกว้างขวาง ใช้เครื่องปั้นดินเผามาประดับประดาอยู่รอบๆ มองแล้วสบายตา




      มาถึงตอนสั่งอาหาร ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เชฟเสกสรรค์ เกิดอยู่ หัวหน้าพ่อครัวอาหารไทย เข้ามาแนะนำเมนูที่น่าสนใจของร้าน ฟังแล้วน่าอร่อยไปทั้งหมด ทำให้อาหารเย็นมื้อนี้ จัดไปหลายรายการ เริ่มตั้งแต่ 



เมี่ยงข้าวตัง: เป็นอาหารที่ผสมผสานระหว่างอาหาร 2 อย่าง คือ เมี่ยงปลาทู กับ ข้าวตังหน้าตั้ง แต่ในที่นี้ ใช้เป็นเนื้อเป็ด คลุกเคล้ากับน้ำยำและเครื่องปรุงแบบเมี่ยง โรยบนข้าวตังกรอบ รสชาติดี กินแล้วติดใจ 


หมี่กรอบ : จานนี้ไม่ธรรมดาเลย เส้นหมี่ทอดได้กรอบแน่น ไม่ฟ่ามเหมือนที่กินตามร้านทั่วไป เชฟบอกว่าเป็นเคล็บลับตำรับชาววัง กว่าจะได้หมี่กรอบแสนอร่อยจานนี้ ต้องพิถีพิถันตั้งแต่การเตรียมเส้นหมี่ มาทอดในไฟร้อนพอเหมาะ คลุกกับเครื่องปรุง รสชาติไม่หวานมาก ความกรอบของหมี่ ยกนิ้วโป้งให้ 2 ข้างเลย 




อาหารว่างชามไทย : ประกอบไปด้วยอาหารทานเล่น 5 อย่าง     อลังในจานเดียว คือ ทอดมันกุ้ง, ม้าฮ่อ, ปอเปี๊ยะทอด, ฮ่อยจ้อ และ หมี่กรอบ ชอบที่สุดก็คือ ม้าฮ่อ ที่อร่อยเต็มคำ จานนี้แนะนำ เพราะได้ของรับประทานอร่อยๆ ถึง 5 อย่าง ครบในจานเดียว


ปูนิ่มผัดไข่เค็ม : ปูนิ่มทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ผัดกับไข่เค็มที่คัดเฉพาะไข่แดง ผัดจนไข่เคลือบเนื้อปูหนาพอประมาณ ตักใส่ปากแล้วถึงสวรรค์ มันอร่อยมาก รสชาติมันฉ่ำอยู่ในปากเข้ากับเนื้อปูนิ่มอย่างมาก อาหารประเภทผัดไข่เค็ม ไม่เคยกินที่ไหนเอาอร่อยเท่าที่นี่


แกงเผ็ดเป็ดกรอบ : ชื่อเมนูเหมือนคุ้น แต่ไม่ใช่แบบที่เคยได้ยินมา เพราะที่นี่เป็นเป็ดกรอบ ทอดได้กรอบถึงใจ เนื้อเป็ดไม่แข็งกระด้าง เมื่อคลุกเคล้ากับน้ำแกงที่มีมาพอขลุกขลิก จานนี้เกลี้ยง ไม่ต้องสงสัยว่าเพราะอะไร 


ปลากระพงนึ่งมะนาว : คืออีกจากที่แนะนำให้สั่ง ใช้ปลาตัวขนาดกำลังพอดี ไม่เล็กไป ใหญ่ไป เนื้อแน่นและนึ่งได้เข้ากับน้ำมะนาวปรุงรส จานนี้ รับประทานเปล่าๆ ก็อร่อย รับประทานกับข้าวก็อร่อย 


หลนปู : รสชาติดี เนื้อปูเป็นก้อนๆ ตักใส่ปากกินกับข้าวแล้วไม่ต้องสงสัยว่า หล่นอะไร คัดเนื้อปูสดชั้นดีมาเป็นส่วนประกอบ กระทิก็เข้มข้นในรสที่กินแกล้มผักสดแล้วพอดี 


ข้าวสวยร้อนๆ : ร้าน "ชามไทย" มีข้าวเสิรฟ์ 3 อย่างด้วยกัน คือ ข้าวกล้อง ข้าวใบเตย และขาวหอมมะลิ ให้เลือกว่าจะรับประทานข้าวชนิดไหน หรือจะรับทั้ง 3 ชนิดเลยก็ไม่ว่ากัน 




ข้าวคยาคู :  ปิดท้ายมื้ออร่อยด้วยเมนูของหวานขึ้นชื่ออย่าง ข้าวคยาคู เมนูของหวานไทยโบราณสูตรพิเศษจากน้ำนมข้าวอ่อน ปรุงรสอย่างกลมกล่อมตามแบบฉบับดั้งเดิม รสสัมผัสเข้มข้น หอมหวานละมุนรสใบเตย 

    มีอาหารอีกหลายๆ อย่างที่ประทับใจ ไม่ว่าจะเป็น ลาบหมูทอด, น้ำพริกลงเรือ, ข้าวอบสัปรด,ผัดไทยเส้นจันทร์ ฯลฯ กินกัน 10 กว่าคน จนอิ้มแป้ กลับไปนอนฝันดีที่บ้าน...นับว่า อาหารมื้อนี้ ตอบโจษท์ คือ ได้มารับประทานอาหารไทย ที่แตกต่างจากปรุงเองที่บ้าน และรสชาติอร่อยสมกับเป็นร้านอาหารไทย ในโรงแรมระดับ 5 ดาว 

     คนชอบอาหารไทย จะรับแขก หรือ สังสรรค์กับครอบครัวในโอกาพิเศษ แนะนำให้มา จิบยาดองสมุนไพร และลิ้มลองอาหารไทยเลิศรส กันที่  ห้องอาหาร "ชามไทย" โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ  เปิดให้บริการ อาหารมื้อค่ำ ตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. ทุกวัน สำรองที่นั่ง โทร 02 656 1555  หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่  www.holidayinn.com/HIbangkok

#icbangkok
#hibangkok
#กินแก้มตุ่ย ตะลุยเที่ยว

วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2559

SHINSEN Fish Market กินกุ้งมังกร และของสดๆ จากทะเล

18:08:00

ด้านหน้าอาคาร SHINSEN Fish Market

   ได้ข่าวมาว่า SHINSEN Fish Market เปิดให้บริการ อยู่ตรงถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ในซอยที่จะตัดไปสุขุมวิท ซอย 39 ได้ มีโอกาสขับรถผ่าน เลยลองแวะเข้าไปดู ตั้งใจจะเข้าไปดูเฉยๆ ว่ามันเป็นยังไง และแล้วก็อดใจไม่ได้ เห็นของสดๆ หน้าตาดูดี จำต้องจัดการตามธรรมเนียม 


ป้ายบอกสถานที่บริเวณด้านหน้า


น่าจะยังไม่เปิดบริการเต็มตัว มีป้ายแจ้งไว้ก่อน 


    ผู้ที่จะไป SHINSEN Fish Maket สามารถนำรถเข้าไปจอดได้ที่บริเวณด้านข้าง มีที่ทางพอสมควร จอดรถเสร็จเดินเข้าด้านหน้าร้าน จะมีพนักงานคอยต้อนรับ และอธิบายให้รู้ว่ามีอะไรบริการบ้าง สรุปว่า ภายในนั้น จะแบ่งออกเป็นหลายโซน ส่วนด้านหน้าจะเป็นบ่อ กุ้ง หอย ปู ปลา ให้แหวกว่ายโชว์ความสด ใครจะกินตัวไหน ก็เล็งๆ ไว้ 


บ่อกุ้งล็อบสเตอร์ ราคาต่อตัว มี 2 ขนาด/ราคา ให้เลือก

ปูตัวใหญ่

บ่ออาหารทะเล จากญี่ปุ่น

หอยน่างรมสดๆ วางไว้ให้เลือก

น่ากินมาก ราคาไม่รู้แพงไปไหม

จากนั้นเลือกดูว่าจะนั่งโซนไหน ที่เป็นร้านอาหารจะมี 3 โซน คือ  โซนอาหารญี่ปุ่น,โซนอาหารยุโรปและโซนชาบู อยู่ที่ชั้น 2 เมื่อเลือกได้แล้ว ค่อยสั่งอาหารในแบบที่อยากกิน ซึ่งจะนำวัตถุดิบในบ่อด้านหน้ามาให้เชฟปรุงให้แบบสดๆ ให้อร่อยเต็มคราบกันไปเลยทีเดียว 


ภาพมุมสูง มองเห็น ด้านบนโซนชาบู และ ด้านล่าง โซนอาหารยุโรป 



โซนอาหารญี่ปุ่น มีสองฝั่งให้นั่ง ตรงกลางเป็นพื้นที่ของเชฟ ปรุงอาหารโชว์กันสดๆ
    ตอนเดินผ่านบ่อพัก กุ้ง หอย ปู ปลา ดันไปสบตากับเจ้ากุ้งมังกรตัวเขื่อง ทำให้น้ำลายไหล มุ่งหน้าเดินเข้าไปโซนอาหารญี่ปุ่น ตั้งใจจะสั่ง กุ้งมังกรซาซิมิ มากินสดๆ สักหน่อย บังเอิญ สั่ง หอยเชลล์ ซาซิมิ กับ ข้าวปั้น หน้าเอ็นกาวะ 2 คำ เลยเปลี่ยนใจเป็น กุ้งล็อบสเตอร์ย่างเนย
  
ข้าวปันหน้าเอ็นกาวะ 

หอยเชลล์ซาชิมิ 

กุ้งล็อบสเตอร์ย่างเนย จานนี้ 1200 บาท (ใช้กุ้งไชด์ใหญ่ 1100 บาท) 

สำหรับ กุ้งล็อบสเตอร์ หรือ กุ้งมังกร ที่นี่จะมี 2 ขนาด คือ ขนาดราคาตัวละประมาณ 800-900 บาท กับ ตัวขนาด 1,100 บาท 



กุ้งล็อบสเตอร์ จานนี้อร่อยดี เนื้อแน่น ชุ่มเนย มีไข่กุ้งและเห็นใส่มาด้วย

หอยเชลล์ สดมาก หวานอร่อย

ข้าวหน้าเอ็นกาวะ ของโปรด เนื้อจะมันๆ เนื้อนุ่มกรุบๆ 

     กินแค่ 3 เมนูนี้ ก็อิ่มแป้ สนนราคารวมแล้ว 1,700 บาท ค่าเงินของคนหาเช้ากินค่ำ ก็ถือว่ามากโข กินแล้วก็ต้องคิดว่าเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งของชีวิต ก็ถือว่าไม่แพงนักพอรับได้ คนมีกะตัง ได้กินอาหารระดับนี้ คงไม่น่าแพงสำหรับพวกเขา 






เชฟ บรรจงโชว์กุ้งล็อปเตอร์ ที่นำมาชำแหละสดๆ ทำเป็น ซาชิมิ ด้วยความชำนาญ
 เมนูนี้ ไม่ได้กิน แต่ก็ได้ดูวิธีการทำอย่างเพลิดเพลิน 

     สรุปว่า  SHINSEN Fins Market ทำให้ตื่นตาพอควร ได้ประสบการณ์ในการกินอาหารที่น่าสนใจ มื้อที่กินเป็นมื้อกลางวัน กินแก้มตุ่ย กินแล้วก็ต้องงดมื้อเย็น ฮ่าๆๆๆๆ เพื่อให้เกิดความสมดุลของกระเพาะ และ เงินในกระเป๋า ใครชอบอาหารทะเลสดๆ น่าจะลองไปแวะดู กินกุ้งล็อปสเตอร์ หรือ กุ้งมังกร ในราคานี้ อร่อยขนาดนี้ มีเงินก็จัดไป ยังไม่มีก็อดออมไว้ก่อน รอโอกาส ครั้งหนึ่งได้ลองก็ดีนะ อย่าคิดอะไรมากจะปวดหัว 



#กินแก้มตุ่ย ตะลุยเที่ยว






เข้าแคมป์ กินแกงกระหรี่ สไตล์ญี่ปุ่น

16:59:00



     เดินเล่นวนเวียนอยู่ห้างพารากอนอยู่ 2 วัน เพราะต้องไปทำงานอีเว้นท์ วันแรก ผ่านมาเห็นร้าน CAMP ตกแต่งกิ๊บเก๋ มีคนยืนต่อคิวยาวพอประมาณ วันที่ 2 เห็นคิวไม่ค่อยยาวนัก เลยชวนน้องๆ เข้าไปทดสอบ เห็นป้ายเขียนหน้าร้าว่า "The Tokyo's Best Curry!  ซึ่งเรียกแขกได้ดีจริงๆ 


เมนูร้านนี้ ทำเหมือนนิตยสาร Free Copy ตอนแรกคิดว่า สามารถหยิบกลับมาบ้านได้ด้วย พอเลือกเมนูเสร็จ พนักงานขอเมนูคืน..ก็ต้องคืนเขาไป 



ในเล่มมีอาหารให้สั่งหลายรายการ เน้นข้าวแกงกระหรี่ และก็มีข้าว สตู มาให้เลือกด้วย มีทั้งเนื้อ และ หมู กลยุทธ์ในการสั่ง ก็เลือกดูว่าอยากกินอะไร จิ้มๆ สั่ง ได้อาหารแบบเบสิก ในราคามาตรฐาน ถ้าจะอร่อยเพิ่ม เติมเนื้อเติมหนัง ก็เลือกท๊อปปิ้งเพิ่มเติม ได้ จ่ายตามราคาที่ต้องการกิน 



สั่งอาหารเสร็จ บนโต๊ะจะมี พลาสติกกันเปื้อนวางไว้ให้ สำหรับสวมใส่ในช่วงที่กิน จะได้ไม่เลอะเทอะ ก็ได้ฟิลลิ่งไปอีกแบบ ท่ามกลางบรรยากาศตกแต่งเหมือนเราไปออกค่ายอะไรสักอย่าง  




ขนาดของร้านไม่ค่อยใหญ่มากนัก แต่ก็จัดโซนนิ่งให้ดูมีหลายๆ ส่วน ประดับประดาสิ่งของแนวออกค่าย มองไปในครัว สามารถเห็นพ่อครัวแต่กายทะมัดทะแมง ปรุงอาหารกันอย่างเอาจริงเอาจัง ระหว่างรออาหารก็เพลินเพลินกันไป






มื้อนี้ สั่งอาหารเป็น ข้าวหน้าฮายาชิ (สตูว์หมู) สไตล์ญี่ปุ่น โป๊ะท๊อปปิ้งด้วย ไข่ออนเซ็น และ ข้าวโพด กับ ข้าวแกงกระหรี่โตเกียว โป๊ะท๊อปปิ้งด้วย ไข่ กับ กุ้งทอด ตอนมาเสริฟ์ มีพิธีกรรม ประกอบร่าง โดยพนักงานจะยก กระทะเหล็ก (หนักมากกกกกก) มาวาง จากนั้นจะโรยท๊อปปิ้งไปในกระทะเหล็กร้อนๆ ส่งเสียงฟู้ฟ้า ให้ตื่นตา..ได้แชะภาพอัพรูปลงเฟส ลงไอจี อวดชาวบ้านให้หน่ำใจ 



ข้าวหน้าฮายาชิ (สตูว์หมู) สไตล์ญี่ปุ่น

ข้าวแกงกระหรี่ โตเกียว

    รสสัมผัสที่ได้จากรสชาติอาหาร ข้าวหน้าฮายาชิ (สตูว์หมู) สไตล์ญี่ปุ่น ส่วนตัวแล้วรสชาติบางไปสักหน่อย ต้องขอซอสโชยุ มาเหยาะๆ ถึงจะอร่อยถูกปาก แต่คนที่ไม่ค่อยกินรสจัดก็น่าจะบอกว่าพอดี ส่วนข้าวแกงกระหรี ถ้าไปเทียบกับร้านดังที่เคยกินประจำ คงไม่เข้มข้นจัดจ้านเท่านั้น สรุปรวมก็ใช้ได้ในบรรยากาศที่แปลกใหม่ ท้ายสุด เราก็ปิดด้วยของหวาน "มันหวานญี่ปุ่น จิ้มวิปครีม" อร่อยดี มันเนื้อหนึบบ วิปครีมไม่หวานมาก 
มันหวานญี่ปุ่น จิ้มวิปครีม
    สภาพตอนกินเสร็จ เหมือนอยู่แคมป์จริงๆ เลย หนังท้องตึง..ปากมัน ไม่มีอะไรเหลือ จะบอกว่าไม่อร่อย ก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะซัดกันนัวเนีย จนไม่มีอะไรเหลือ นับเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ ในการการกินข้าวแกงกระหรี่ไปอีกแนวหนึ่ง อร่อยและสนุกดี   


ร้าน CAMP ตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ติดกับบันไดเลื่อนที่จะขึ้นไป Paragon Hall ที่ใช้จัดงานอีเว้นท์ต่างๆ นั่นเอง หาไม่อยาก เพราะหน้าร้านมีการตกแต่งเป็นแคมป์ให้เห็นได้อย่างชัดเจน 

#กินแก้มตุ่ย ตะลุยเที่ยว