วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

AFTER BIKE CAFE จิบกาแฟ..หอมละมุน ที่คาเฟ่จักรยานเก๋ๆ ย่านเทพารักษ์

15:52:00


    ย่านถนนเทพารักษ์ นับว่าเป็นชุมชนที่ค่อนข้างใหญ่ มีโครงการหมูบ้านเกิดใหม่ๆ เพียบ และมีร้านอาหารเรียงรายตลอดเส้นทาง ถ้ามองหาร้านกาแฟเก๋ๆ แทบไม่ค่อยมีให้เห็น แต่วันนี้ ขับรถผ่านเข้ามาถนนเทพารักษ์ เข้าจากทางด้านศรีนครินทร์ ผ่านวัดหนามแดงเข้ามา ช่วงซอยหนามแดง 58 "กินแก้มตุ่ย ตะลุยเที่ยว" สะดุดตากับร้านกาแฟ ชื่อว่า "After Bike Cafe & Service "  อย่างจัง จึงได้ลองแวะเข้าไปใช้บริการ  


      ร้าน After Bike Cafe & Service ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลตัดกับสีเหลือง ด้านนอกมีพื้นที่แบบโอเพ่นแอร์ที่บริเวณด้านหน้าของร้าน มีสวนเล็กๆ พอให้เห็นสีเขียวๆ สบายตา ส่วนด้านในมี 2 ชั้น โดยชั้นล่าง เป็นที่โชว์เบเกอรี่ และ เตรียมเครื่องดื่มต่างๆ ขึ้นไปบนชั้น 2 จะมีโต๊ะให้นั่งพอประมาณ มองวิวออกไปด้านนอกร้านได้ในมุมสูง 





     ได้มีโอกาสพบกับ คุณศราวุฒิ ชินวงษ์จันทร์ หรือ อาร์ม เจ้าของร้านหนุ่ม วัย 27 ปี  หุ่นดูฟิตแบบนักกีฬา ออกมาให้การต้อนรับ "กินแก้มตุ่ย ตะลุยเที่ยว" จึงสอบถามถึงที่มาที่ไปของร้าน After Bike Cafe & Service โดยคุณอาร์ม ได้เล่าให้ฟังว่า "เป็นชอบปั่นจักรยาน  เวลาปั่นเสร็จแล้วก็อยากได้ที่นั่งพักแบบชิลๆ ทำให้มีแรงบันดาลใจ ทำร้านกาแฟ After Bike Cafe & Service บนถนนเทพารักษ์ ที่เลือกย่านนี้ เพราะว่า มีคนพักอาศัยอยู่เยอะ และมีคนที่ปั่นจักรยานอยู่จำนวนไม่น้อย อยากให้ ร้านเป็นจุดพักของคนปั่นจักรยาน รวมไปถึงผู้ชอบดื่มกาแฟ ที่พักอาศัยในย่านนี้ ซึ่งมีร้านกาแฟไม่มากนัก  



     "ผมจบด้านดนตรี มาจากมหาวิทยาลัยเอแบค ส่วนตัวรับสอนดนตรี และดูแลร้านกาแฟแห่งนี้ ที่ใช้พื้นส่วนหนึ่งของบริเวณบ้านที่ครอบครัวเปิดเป็นร้านขายอะไหล่รถยนต์  ตอนนี้ เปิดร้านมาได้ประมาณ 7 เดือน เริ่มมีลูกค้าประจำมากขึ้นเรื่อยๆ  ครับ 


        ที่เห็นร้านจะตกแต่งด้วยสีเหลือง เพราะความชอบส่วนตัว และคิดว่าคนปั่นจักรยานก็น่าจะชอบ ถ้าได้ดูการแข่งขันจักรยานระดับโลก ตูร์เดอฟร็องส์ จะเห็นแชมป์จะใส่เสื้อสีเหลือง ดูมีพลังดีครับ"

     สำหรับ After Bike Cafe & Service ให้บริการเครื่องดื่มร้อน เครื่องดื่มเย็น เบเกอร์รี่ แล้วยังมีอาหารเช้า และอาหารจานเดียวให้บริการ โดยวันนี้ "กินแก้มตุ่ย ตะลุยเที่ยว" ได้ลองสั่ง เครื่องดื่มเย็นมานั่งจิบชิลๆ ได้แก่ อิตาเลี่ยนโซดา (มะม่วง + เสาวรส) กับ ดาร์คโกโก้ และสั่งเบเกอร์รี่ คือ  เลม่อนเชอร์, ชาเขียวถั่วแดง และ แมคคาเดเมีย ช็อคโกแลต มาลิ้มลอง 


      อิตาเลี่ยนโซดา (มะม่วง + เสาวรส) แก้วนี้ ดื่มแล้วชื่นใจ มีรสเปรี้ยวอมหวานเล็กๆ เจืออยู่ คุณอาร์มบอกว่า ที่ร้านจะไม่เน้นปรุงเครื่องดื่มให้หวานมากนัก เพราะคนรุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะดูแลสุขภาพและไม่ชอบรสหวานมากๆ หากใครชอบหวาน ก็สามารถบอกที่ร้านได้ 



      ดาร์คโกโก้ แก้วนี้ก็ถูกใจมิใช่น้อย มีความหอมมันและได้รสสัมผัสของโกโก้ ในระดับที่พอเหมาะ  นั่งดูดไปดูดมา คุยกับเจ้าของร้านแปล๊บ หมดแก้วไม่รู้ตัว สำหรับ เบเกอรี่ จะเลือกรับจากร้านเจ้าประจำ ที่ได้คัดสรรมาแล้วว่า มีรสชาติดี โดยเน้นคุณภาพความอร่อย เพื่อให้ถูกอกถูกใจลูกค้ามากที่สุด ซึ่งได้ลองลิ้มชิมดูแล้ว ก็เห็นจริงตามนั้น เค้กเนื้อจะนุ่มละมุน หวานในระดับที่พอเหมาะ    






       คุณอาร์ม เจ้าของร้าน อยากให้ลองชิม กาแฟร้อน ของที่ร้านดู ด้วยมั่นใจว่าถูกคอกาแฟอย่างแน่นอน เพราะคัดเลือกเมล็ดพันธุ์กาแฟด้วยตนเอง ว่าจะใช้สายพันธุ์อะไรบ้าง เน้นความเข้มข้นและกรุ่นกลิ่นหอม ตามตำรับที่คอกาแฟโปรดปราน โดยคนที่ชอบกาแฟดำ อยากแนะนำ "อเมริกาโน่" ซึ่งสูตรของที่ร้านจะใช้กาแฟ 3 สายพันธุ์ ด้วยกันคือ บราซิล, ไทยเชียงราย และ เอธิโอเปีย กาแฟจะไม่ขมเข้มมากนัก จะมีรสเปรี้ยวปลายๆลิ้นหน่อยนึง กลิ่นนั้น หอมมากๆๆๆๆๆๆ ในที่นี่ ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู แต่ได้ชิมเรียบร้อยแล้ว ยกนิ้วให้ว่า รสชาติ และกลิ่น ได้ใจมากจริงๆ ใครเป็นนักปั่น เป็นคอกาแฟ และพักอยู่ย่านถนนเทพารักษ์ ลองไปแวะใช้บริการที่ After Bike Cafe & Service กันดูโดยร้านจะเปิดวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-18.00 นาฬิกา และในวัน เสาร์-อาทิตย์ เวลา 07.00-17.00 นาฬิกา สามารถโทรสอบถามเส้นทาง ได้ที่ โทร 084 143 0995 หรือ แวะเยี่ยม FB Fanpage : afterbikecafeservice 




วันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

แฮงค์เอ้าท์ยามราตรี กรึ๊บยาดอง เสฟดนตรีไทย ณ เทพบาร์

16:50:00

  
 ได้ยินมาว่า..มีสถานที่แฮงค์เอ้าท์ยามราตรีแห่งหนึ่ง อยู่ใกล้ย่านเมืองเก่าเจริญกรุง สุดเก๋..สุดฮิป และมีเอกลักษณ์เด่น ด้วยการนำมนต์เสน่ห์ความเป็นไทย มาผสมผสานอย่างลงตัว ชื่อว่า “เทพบาร์” (TEP BAR) "กินแก้มตุ่ย ตะลุยเที่ยว" ปกติ ไม่ค่อยชอบเข้าผับบาร์ แต่ก็อยากไปลองสัมผัส ความเก๋ ที่เขาร่ำลือบอกต่อๆกันมา  


  "เทพบาร์" ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าเจริญกรุง เป็นอาคารแบบตึก 2 ชั้น ออกแนวคลาสสิค คิดว่าเจ้าของร้านน่าจะรักความเป็นไทย และดึงวัฒนธรรมที่น่าสนใจของคนไทย มาประกอบเข้าด้วยกันอย่างพอเหมาะ เรียกได้ว่าเป็น Cultural Bar ที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจ และเป็นที่ชื่นชอบของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่แวะเวียนกันมาเป็นจำนวนมาก 



   ภายในร้าน "เทพบาร์" มีการแสดงวงดนตรีไทย ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ โดยบรรเลงเพลงให้ฟังในช่วงเวลา 19.00 นาฬิกา เป็นต้นไป โดยวงดนตรีไทยคณะนี้ ผู้เล่นแต่ละคนเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ มีลีลาที่น่ารักน่าหยิก สามารถร้องเพลงฉ่อยเย้ากับลูกค้าได้อย่างเป็นกันเอง สร้างความเป็นกันเองและเพลิดเพลินในอรรถรสที่แตกต่างจากบาร์ทั่วๆไป 




   เมื่อพูดถึงบาร์ เครื่องดื่มคืออีกหนึ่งหัวใจ ที่ต้องมีไว้ให้บริการแก่ลูกค้า โดยร้าน "เทพบาร์" ให้เครื่องดื่มอย่างหลากหลาย รวมไปถึงเครื่องดื่มแบบไทย ๆ นั้นก็คือ "ยาดอง" ซึ่งสูตรของร้านนั้น กลุ่มแพทย์แผนไทยมาปรุงสูตรยาดองให้ แต่ละตัวจะทำมาจากสมุนไพรหลายชนิด นำมาดองกับเหล้า "ยาดอง" ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านมี 3 สูตรด้วยกันคือ พระอภัยมณี, ราชสีห์คำราม และ กากี เสิร์ฟมาพร้อมกัน 3 เป็กในถาดเดียวกันพร้อมเครื่องเคียง เป็นผลไม้ดองเปรี้ยว กับ น้ำใบเตยในขันเงิน กระดกใส่ปากแล้วรู้สึกกระชุ่ม กระชวยเป็นที่สุด 




     นอกจากนี้ ยังมีค็อกเทลลูกผสมนำ "ยาดองและรัมไทย" มาผสานกัน ชื่อว่า "บั้งไฟพญานาค" เสิร์ฟมาในกระบอกไม้ไผ่ และ ยาดอง 1 เป็ก  เวลาจะดื่มจะหยิบยาดองในแก้วเป็ก หย่อนไปในกระบอกไม้ไผ่ พอหย่อนลงไปสักพัก ค็อกเทลในกระบอกไม้ไผ่ เหมือนจะพองปุดๆ ขึ้นมา คล้ายจะปะทุ เป็นลีลาในการเสฟค็อกเทลอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียว   


   ในส่วนของอาหาร ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารไทย มีทั้งอาหารจานเดียว กับแกล้ม และอาหารปิ้งย่างจากเตาถ่าน ซึ่งจะย่างกันให้เห็นๆ บริเวณด้านหลังวงดนตรีไทย กลายเป็นองค์ประกอบศิลป์ ทำให้ภาพรวมดูเพลินตา อาหารแนะนำ ก็คือ หมูโสร่ง,  กุ้งสไบ , ลาบทอด,ข้าวเกรียบว่าว และ ไส้กรอกกับน้ำพริก  ส่วนอาหารจานเดียวแนะนำ ข้าวผัดปลาสลิดน้ำพริกมะขาม อร่อยมาก ใส่ปลาสลิดให้เยอะเชียว 







  ร้าน "เทพบาร์" ตั้งอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างลึกลับ ในซอย แถววงเวียน 22 กรกฎาคม เป็นอาคารพาณิชย์เก่า อายุกว่าร้อยปี รีโนเวทจนสวยงาม มีความเป็นไทยปะปนในความเป็นโมเดิร์น ตรงหน้าประตูสีดำบานใหญ่คล้องพวงมาลัยไว้อย่างเก๋ไก๋ เปิดประตูเข้าไปก็จะเห็นโต๊ะไม้กลมตั้งอยู่ประมาณ 5-6 โต๊ะ ตรงกลางร้านจะเป็นบริเวณที่ใช้เล่นดนตรีไทยกันสดๆ "กินแก้มตุ่ย ตะลุยเที่ยว" ไปมาแล้วรู้สึกประทับใจ บอกได้เลยว่า ที่นี่เป็นสถานที่แฮงค์เอาท์...ฮิปและเท่ ใครที่ได้มาสัมผัส รับรองหลงเสน่ห์กับคอนเซ็ปต์ “เสพสุขสมัย ไทยอย่างเทพฯ” เป็นแน่แท้ 





    ร้าน "เทพบาร์" ตั้งอยู่ที่: 69-71 ซอยนานา ถนนไมตรีจิตร ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100 เปิดบริการ: วันอังคาร-วันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา: 17:00 น. – 24:00 น. ส่วนใน วันศุกร์-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา: 17:00 น. – 01:00 น. แนะนำก่อนไป โทรฯไปจองก่อนล่วงหน้าจะดีที่สุด โทรศัพท์หมายเลข : 098 467 2944 หรือไปเยี่ยม Facebook: TEPBAR/ 



นมัสการหลวงพ่อโต เดินชมตลาดโบราณบางพลี อิ่มอร่อยอาหารคาวหวานมากมี สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน..คนริมคลอง

15:27:00

  วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไม่รู้จะไปไหนดี "กินแก้มตุ่ย ตะลุยเที่ยว" จึงได้ไปเที่ยวหาเพื่อนสนิทที่พักอาศัยอยู่ย่านเทพารักษ์ ไปถึงบ้านก็ไม่มีกิจกรรมอะไรทำกันแก้เซ็ง เพื่อนจึงชวนไปเดินเล่นที่ตลาดโบราณบางพลี พอได้ยินชื่อ "ตลาดโบราณบางพลี" เท่านั้นแหละ หัวใจมันกระชุ่มกระชวย รีบบึ่งรถไปกันในทันที  เพื่อนบอกว่า ตลาดโบราณบางพลี มีมานานแล้ว อยู่ภายใน "วัดบางพลีใหญ่ใน" โดยเป็นชุมชนที่มีวิถีชาวบ้านริมคลองสำโรง มีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2400 มาถึงวันนี้ ก็ร่วมกว่า 160 ปีเลยทีเดียว  



   ตลาดโบราณบางพลี มีคนมาเที่ยวกันอยู่เนืองๆ เป็นประชาชนที่แวะเวียนกันเข้ามา นมัสการหลวงพ่อโต และทำบุญ เพื่อให้เกิดศิริมงคลและขอพรให้มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป  บรรยากาศรอบๆ วัด มีจุดให้ทำบุญหลากหลายรูปแบบ กราบพระขอพร ลอยเทียนเสริมบารมี สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเทพต่างๆ อีกทั้ง ยังมีของขายมากมาย อาทิ ฉลากกินแบ่งรัฐบาล และปลาสลิดตัวอวบๆ น่าจะเป็นเพราะอยู่ใกล้บางบ่อนั้นเอง    






  ไหว้พระขอพรเสร็จสรรพ สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ การเดินไปริมคลองท้ายวัดบางพลีใหญ่ใน ซึ่งจะมีตลาดโบราณบางพลี เป็นตลาดเก่าเป็นบ้านไม้ ทางเดินเป็นพื้นไม้ สามารถเดินติดต่อกันได้ยาวกว่า 500 เมตร 




  ตลาดโบราณบางพลี แห่งนี้ ยังคงสภาพเดิมเหมือนแรกสร้าง และเป็นชุมชนใหญ่ ที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย มีวัฒนธรรมที่ดีงามสั่งสมอยู่มากมาย ระยะทางเกือบหนึ่งกิโลเมตร ตลอดแนวสองฝั่งทางเดินที่ขนานไปกับคลองสำโรงของตลาดโบราณบางพลีแห่งนี้  มีสินค้าให้เลือกซื้อและเลือกกินมากมาย ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้า แม่ขายที่อาศัยอยู่แต่ดั้งเดิม 


























     ระหว่างทางเดินชมตลาด จะมีจุดให้แวะพักเป็นระยะๆ เพื่อให้ชมวิวทิวทัศน์ และให้อาหารปลาที่อยู่ในคลอง เป็นปลาที่อยู่ในเขตวัดบางพลีใหญ่ใน นั่นเอง เป็นกิจกรรมที่ทำให้สบายอกสบายใจ ไปอีกรูปแบบหนึ่ง 





    ใครที่กำลังมองหาสถานที่เที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯ ได้ไหว้พระขอพร และได้ช้อปของกินของใช้ในบรรยากาศแบบตลาดโบราณ แนะนำให้ไปที่ ตลาดโบราณบางพลี ที่สำคัญ ในระหว่างวันที่ 22-28 กรกฏาคม 2560 จังหวัดสมุทรปราการ มีกำหนดจัดงานเทศกาล "เพลินอดีต ติดเสน่ห์วันวาน เที่ยวตลาดโบราณบางพลี" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง  โดยจะมีกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมความบันเทิง อาทิ การแสดงฉ่อยเพลงเรือ การแสดงลิเกทรงเครื่อง ลีลาศเพื่อสุขภาพ เป็นต้น รวมไปถึงการตกแต่งสถานที่ให้ย้อนสู่อดีต เพื่อให้ชาวเน็ตได้แชะภาพ ถ่ายรูปอวดในโลกโซเชี่ยลกันอย่างเพลิดเพลินอีกด้วย 





    หลังจากได้ไหว้พระขอพร และเดินชมตลาดโบราณบางพลีแล้ว "กินแก้มตุ่ย ตะลุยเที่ยว" รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจเป็นอย่างยิ่ง ได้มาสัมผัสกับวิถีชีวิตชุมชม ที่เป็นชาวบ้าน ซึ่งแต่ละคนให้การต้อนรับ ด้วยอัธยาศัยและไมตรีจิตที่แสนดี ทำให้มีพลังกลับไปทำงานในวันปกติได้อีกนานๆ  


  ในการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดสมุทรปราการ ถ้ามาทางด่วนให้ลงตรงกิ่งแก้ว ใกล้ๆ กับศูนย์การค้าเมกาบางนา จากนั้น วิ่งไปบนถนนบางนาตราด ให้กลับรถเพื่อตัดเข้าถนนกิ่งแก้ว – บางพลี วิ่งตรงเข้าไปเรื่อยๆ ประมาณ 2-3 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอย แล้วขับเข้าไปจนถึงวัดบางพลีใหญ่ใน 



  สำหรับ ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงาน ททท.ภาคกลางเขต 8 โทรศัพท์ 0-3731-2282, 0-3731-2284 หรือ www.tat8.com