วันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ไปเที่ยว ไร่หยดพิรุฬ จังหวัดสิงห์บุัรี พื้นที่ส่งต่อแนวคิดวิถีไทยเชิงสร้างสรรค์ เหมาะสำหรับเยาวชน



    "เสาร์ อาทิตย์ พาลูกไปไหนดี " คำถามที่น่าจะเจอกันทุกครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีสมาชิกตัวน้อยๆ และต้องการเสริมสร้างจินตนาการให้กับเด็กๆ เพื่อดึงให้ห่่างจากมือถือและสื่อสังคมออนไลน์บ้าง  ครอบครัวไหน คิดเช่นนี้ ขอแนะนำ "ไร่หยดพิรุฬ" สถานที่ท่องเที่ยวที่่ไม่ไกลกรุงเทพฯ มากนัก โดยเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่เหมาะกับเด็กๆ ในแนวคิดวิถีชีวิตแบบธรรมชาติ ปลูกผัก เผาถ่าน ทำอาหารด้วยตัวเอง เพิ่มประสบการณ์ให้กับเด็กๆ ซึ่งไม่สามารถหาได้ในหนังสือ หรือ ตำราเล่มไหน จะน่าสนใจขนาดไหนไปชมกันได้เลยครับ
  


     ไร่หยดพิรุฬ ตั้งอยู่ที่ ต.บางกระบือ อ.เมืองจ.สิงห์บุรี ห่างจากกรุงเทพประมาณ 130 กิโลเมตรเท่านั้นเอง (เดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมง) ไร่หยดพิรุฬ มีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ พื้นที่ถูกจัดวางอย่างมีเสน่ห์และน่าสนใจ แต่ไม่ใช่ว่าใครจะเข้าไปก็ได้ เพราะเป็นไร่ปิด โดยในแต่ละเดือนจะจัดให้มีกิจกรรม "เปิดรั้วเปิดไร่" เดือนละ 2 ครั้ง ในช่วงกลางเดือนและปลายเดือน เพื่อให้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมหรือลงคอร์สเรียนได้เช้ามาใช้พื้นที่  ซึ่งจะต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น


     เมื่อจองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางไร่ได้แจ้งรายละเอียดให้นำชุดมาเปลี่ยน และอธิบายกิจกรรมที่จะเจอในวันนั้นๆ    กันอย่างละเอียด
พวกเราออกจากบ้านกันตั้งแต่ 06.30 น. โดยเด็กๆ ดูตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ ส่วนเราแอบคิดในใจว่า ลูกเราจะโอเคมั้ย ถ้าต้องไปเจอกับธรรมชาติจริงๆ แบบนั้น สำหรับการเดินทางไม่ได้ยากลำบาก ถนนเป็นเส้นตรงยาวๆ ของกินมีให้แวะชิมตลอดทาง ซึ่งในทริปนี้ เลือกแวะกินข้าวแกง ที่ร้านข้าวแกงบางปะหัน



    เมื่อท้องอิ่มก็ออกเดินทางต่อไปยังไร่หยดพิรุฬ มุ่งหน้าไปทางจังหวัดสิงห์บุรี โดยพวกเราเดินทางไปถึงไร่ประมาณ 09.00 นาฬิกา 


       พนักงานของ "ไร่หยดพิรุฬ" ในชุดม่อฮ่อมมารอต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมกับให้ข้อมูลว่า กิจกรรมที่ต้องทำอะไรบ้าง โดยได้พาคณะไปยังเรือนอัศวิน (มีคนกางร่มให้ด้วย ดีจัง) ที่บริเวณใต้ถุนเรือนอัศวิน คือสถานที่รับรองผู้มาเยือน โดยมีพี่อัศวินและพี่นางฟ้า มาคอยให้ต้อนรับ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับพวกเราทุกๆ คน 
  

         


       ยังมีอีกหนึ่งครอบครัวที่เดินทางมาสมทบในกิจกรรมครั้งนี้ พอมาถึง พี่นางฟ้า” ก็เริ่มชวนให้น้องๆเล่นเกมแจกขนม เป็นการช่วยให้เด็กๆ ได้ละลายพฤติกรรมและพร้อมที่จะสนุกเรียนรู้กันได้เป็นอย่างดี   พอได้เวลา พี่นางฟ้าคนสวยก็พาเด็กๆ ไปทำกิจกรรมที่ฐานต่างๆ



     เผาถ่าน กิจกรรมแรกที่เด็กๆได้เรียนรู้จักการเผาถ่านตั้งแต่การเตรียมขนาดพื้นที่ ขุดหลุม วางไม้ ฝังกลบ จุดไฟ โดยถ่านของแท้ต้องสีดำ



     ม้าก้านกล้วย และ ปืนก้านกล้วย เราอาจเคยเจอกันมาบ้างในตอนเด็กๆ แต่สำหรับเด็กเมืองกรุงที่อยู่กับมือถือนั้น ม้าก้านกล้วยดูเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจขึ้นมาทันทีที่ได้เห็น
  




    กิจกรรมต่อมาก็คือการ "เพาะกล้า" ทุกขั้นตอนในการเพาะกล้า เริ่มตั้งแต่ใส่ดิน ลงเมล็ด ฝังกลบ รดน้ำ จนได้พบกับต้นกล้าต้นเล็กๆและการย้ายกล้าไปสู่กระถางที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งเด็กๆดูตั้งใจกันมาก และพวกเค้ายังรู้สึกรักธรรมชาติเพิ่มขึ้นมาอีกจากการได้ดูแลต้นไม้น้อยๆของตัวเอง ได้เห็นเด็กๆ ลงมือทำกิจกรรมกันอย่างมีความสุข นับเป็นภาพที่ประทับใจสุดๆ 





       รดน้ำ เก็บผัก แปลงผักกลางไร่ ที่เด็กๆจะได้มาเห็นว่าก่อนที่จะเป็นผักที่เราทานนั้น ต้นเป็นยังไง ต้องปลูกในสภาวะแบบไหน
  



      เล่นโคลน ปั้นดินเหนียว ทุกคนดูจะชอบฐานนี้เป็นพิเศษ เพราะได้เล่นน้ำลุยโคลนกันอย่างเต็มที่ เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของเด็กๆแล้วมีความสุขจริงๆ



         ทำอาหาร เรียนรู้กันมาทั้งวัน ก็ได้เวลาหาอะไรทานกันแล้ว ฐานนี้เด็กๆจะได้เรียนรู้วิธีการทำอาหารแบบชาวบ้าน ไล่ตั้งแต่การก่อไฟด้วยถ่านที่พวกเค้าเผาเองกับมือ ผักในแปลงปลูกที่ช่วยกันเก็บมาทำอาหาร โดยมีคุณครูคอยสอนและช่วยเหลือในทุกขั้นตอน




      รับประทานอาหาร เด็กๆ  ล้อมวงกันทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
เพราะเป็นฝีมือของพวกเค้าเอง ซึ่งทุกคนลงความเห็นว่า อร่อยมาก
  


     หลังจากอิ่มกันแล้วทางไร่จะมีกิมมิกน่ารักๆให้เด็กทุกคนมาเพ้นท์สีใส่มือแล้วฝากความประทับใจเอาไว้ที่โอ่งขนาดใหญ่ เพื่อบอกว่าเค้าได้มาถึงแล้วและมีส่วนในไร่อย่างสมบูรณ์ และจบกิจกรรมประมาณบ่ายสี่โมงเย็น



      โดยสรุป ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่เรียนรู้ให้กับเด็กๆได้ดี เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสใกล้ชิดกับธรรมชาติ ได้วิ่งเล่นข้างนอกสัมผัสดิน โคลน ต้นไม้ใบหญ้าหรือสัตว์ต่างๆ เป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับเด็กๆได้เป็นอย่างดี ราคาค่ากิจกรรมอาจจะสูงไปนิดแต่พอได้เห็นความสุข รอยยิ้ม และประสบการณ์แปลกใหม่ที่ลูกได้รับแล้วในช่างคุ้มค่าจริงๆ


      ลองจัดเวลากันมาดูนะครับ เชื่อว่าเป็นประโยชน์กับลูกของเรามากทีเดียว อีกทั้ง ยังเป็นกิจกรรมสันทนาการของครอบครัวที่มีความสุชในอีกรูปแบบหนี่ง ผู้ที่สนใจติดต่อ "ไร่หยดพิรุฬ" ได้ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ 
Email   :  Raiyodpiroon@gmail.com
FB       :  RaiYodpiroon
LineID  : @RaiYodpiroon





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น