วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559

HOUSE 46 กินแล้วอารมณ์ดี..

14:44:00

        วิ่งออกกำลังกายทุกเช้า กะว่าจะลดความอ้วนสักหน่อย เพราะว่าสั่งสมไขมันพอกพูนร่างพอควรแล้ว พอตั้งใจจะลดอย่างเนี้ย จะมี "เว.." เรื่องกินหลั่งไหลเข้ามาท้าทายหัวใจทูกกกก...ที ไป อย่างวันนี้ นัดกับมิตรสหาย การพบปะสังสรรค์ก็ต้องกินๆๆๆๆ ใช่ไหมล่ะ

       สรุปเลือกร้าน House 46 ย่านอารีย์ ในกลางซอยพหลโยธิน 7 เข้าไปในร้านก็รู้สึกว่าชอบนะ เป็นร้านเล็กๆ มีโต๊ะไม่กี่โต๊ะ ตกแต่งเหมือนดูสบายๆ แต่ก็คงไม่ง่ายนัก เจ้าของร้านเล่าให้ว่า ดีไซน์ผนังร้านด้านนึงเป็นแนวอาร์ตๆ นำเศษไม้ฝาบ้านใครก็ไม่รู้ น่าจะหลายหลังเชียวล่ะ เอามาแปะๆ ด้วยกาว แค่ตรงส่วนนี้ ก็ใช้เวลาทำไปตั้ง 3 วันแล้ว..ด้านหน้าร้านก็น่ารักดี ออกแบบเป็นโต๊ะเคาน์เตอร์ นั่งกินนั่งชิลล์ที่หน้าร้านได้เลย..     
  
        
สำรวจตรวจสอบเมนู ดูแล้วมีทั้งอาหารไทยและฝรั่ง อ่านอยู่พักก็ยังไม่รู้จะสั่งอะไร แต่พอดีวันนี้ มากันหลายคน เลยจัดหนักสั่งลองกินหลายรายการอยู่นะ เล่นเป็นอาหารฝรั่งหมดเลย..เจ้าของร้าน โม้ว่าได้เชฟระดับโรงแรมหรู..มาประจำที่ร้านกันเลยทีเดียว

  อาหารชุดแรกที่สั่งมาลอง คือพวกกินเล่นอย่าง "หมูแดดเดียว" เนื้อนุ่มดี จิ้มกับซอสพริกเข้ากั๊นเข้ากัน,"เอ็นข้อไก่ทอด" จานนี้ก็ชอบนะ ชุบแป้งมาเคลือบเอ็นไก่ให้เคี้ยวดึ๋งๆ อีกจานคือ ไก่ตู้มซอสพริก จานนี้ เฉยๆ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจ 


  ต่อจากนั้น พอสมาชิกมากันครบก็สั่งไม่เป็นกระบวนท่าสักเท่าไหร่ เมนูที่สั่งไปประกอบด้วย สปาเก็ตตี้ต้มยำ,สปาเก็ตตี้เบคอน,ซีซ่าร์สลัด,สลัดไก่ย่าง,กุ้งแช่น้ำปลา,ยำทะเล,ไส้กรอกรวม,สเต็กพ็อคช๊อบ,แฮมคอหมู, ซีโครงหมูอบราดซอสบาบีคิว,เบอร์เกอร์หมู,เบอร์เกอร์เนื้อ,แซมมอนรมควันสไปซี่,ลาซานญ่าหมู...





มากินอาหารร้านนี้ ต้องใจเย็นๆ นิ้ดนึง เพราะอาหารแต่ละจานจะปรุงสดใหม่ทุกจาน เลยต้องใช้เวลาสักหน่อย บอกเลยว่า รสชาติอาหารคุ้มมากๆ เพราะแต่ละจานให้มาในปริมาณจานยักษ์ๆ ผู้หญิงทานน้อยๆ อาจยัดเข้าท้องได้ 2-3 คนเลยล่ะ ดูปริมาณ กับราคาแล้วถือว่าไม่แพง ยิ่งใส่ปากเคี้ยวแล้วอร่อยก็ยิ่งคุ้มขึ้นไปอีก กินแก้มตุ่ย..ตะลุยเที่ยว แนะนำให้ไปกินกัน รับรองไม่ผิดหวัง



เอ็นข้อไก่ทอด


หมูแดดเดียว

ไก่ตู้มซอสพริก

ซีซาร์สลัด

ไส้กรอกรวม

ซีโครงหมูราดซอสบาบีคิว 

เบอร์เกอร์หมู 

กุ้งแช่น้ำปลา

ลาซานญ่าหมู

แซลมอลรมควันสไปซี่

แฮมคอหมู

สเต็กหมูพ็อคช๊อบ

สลัดไก่ย่าง


สปาเก็ตตี้ต้มยำ

     
       ร้าน House 46 ยังมีกาแฟสด และ เค้ก อร่อยๆ ให้บริการในร้านด้วย เจ้าของร้านอวดอีกว่า เฉพาะชุดเครื่องชงกาแฟของที่นี่ ลงทุนไปกว่า 2 แสน อีกทั้งยังใช้กาแฟแบรนด์ระดับพรีเมี่ยม ส่วนเค้กทำแบบโฮมเมด วันที่ไปกินมี เค้กช็อกโกแล๊ต กับ เค้กบลูเบอร์รี่ สั่งมากินล้างปากเป็นของหวาน แม่เจ้า! เค้กอร่อย เนื้อแป้งชุ่มนุ่มหนึบกำลังดี กลับไปนอนฝันดี ลืมอ้วนไปอีกหนึ่งมื้อ 


เค้กช็อกโกแลต


เค้กบลูเบอร์รี่ 

ใครสนใจไปชิม ลิ้มลอง สังสรรค์ เข้าไปดูข้อมูลกันได้ก่อนที่ FB/house46ari หรือโทรไปจองก่อนได้ที่เบอร์ 086 334 1021


#กินแก้มตุ่ย ตะลุยเที่ยว 




วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Apinara "มากมี" Cocktail เก๋ๆ

16:40:00


ใครเดินผ่าน Groove Zone บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้า Central World จะเห็นร้านอาหารไทย ที่ตกแต่งในลุคที่ดูหรูหรา ชื่อว่า Apinara Thai Cuisine and Bar  กันได้อย่างชัดเจน เพราะอยู่ติดกับทางขึ้น จากฝั่งถนนพระราม 1 






ด้านหน้าของร้าน มีโซนจัดให้เป็นแบบ Open Air ให้นั่งมองผู้คนสัญจรไปมาได้อย่างเพลินตาเพลินใจ แต่ถ้าก้าวเข้าไปข้างใน จะมีห้องแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่เป็น เคาน์เตอร์ บาร์  ตรงนี้ เป็นพื้นที่ผสม Cocktail และเครื่องดื่มต่างๆ ที่สะดุดตามากคือ มีเหล้า "Mekhong" The Spirit of Thailand ตกแต่ง และสะดุดตาไปกว่านั้นก็ถือโหลเหล้าสูตรพิเศษแบบไทยสไตล์ มีคุณสมบัติที่น่าสนใจมากๆ 



 ลึกเข้าไปจะมีแบ่งเป็นห้อง มีโต๊ะให้นั่งกระจายกันไปทั่วร้าน ตกแต่งดูสวย ใครเข้ามาก็อดไม่ได้ที่จะยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก 





ดูจากเมนูแล้วที่นี่มีอาหารให้เลือกรับประทานหลากหลายอย่าง แล้วลูกค้าจะออเดอร์  ดูจากหน้าตา และจำนวนแขกที่เข้ามาอุดหนุนที่ร้าน เชื่อว่ารสชาติ คุณภาพอาหารน่าจะสอบผ่านฉลุย พอดีในวันที่แวะเข้าไป ไม่ได้สั่งอาหารมารับประทาน อันนี้ ต้องรอไปพิสูจน์อีกรอบ แล้วจะมารายงานให้ทราบทั่วกันอีกครั้งหนึ่ง 



วันนี้..แวะมาตอนช่วงบ่ายๆ เลยมื้ออาหารกลางวันมาพอสมควร แต่ก็ยังไม่เหมาะจะรับประทานอาหารเย็น แต่เห็นร้านแล้วอยากนั่งชิลล์ๆ เปิดเมนูดู เห็นมีรายการเครื่องดื่ม Cocktail หลายรายการ หน้าตาหน้าน่าลิ้มลอง ว่าไปก็จัดมา 3 เมนู แล้วรู้สึกชอบใจ  นั่นก็คือ 



"Thai Sabai" ชื่อบ่งบอกความเป็นไทย จัดมาในทันใด ที่ร้านบอกว่าเป็น Cocktail ที่ได้รับความนิยมมาก ดื่มแล้วสดชื่น เพราะมีส่วนผสมของ Mekhong มิกซ์เข้ากับ น้ำมะนาว และมีใบโหระพาประดับมาในแก้ว เพิ่มกลิ่นอโรม่า จิบแล้ว สบายสมชื่อ อยากให้คนไทย ได้ลองมาดื่ม และช่วยกันเชียร์ให้เป็นเครื่องดื่ม Cocktail สัญชาติไทย ไปสู้กับ Cocktail นานาชาติ ราคาแก้วละ 190 บาท 



"Tiki Tiki Tiki" มาในแก้วทรงยาวมีก้านจับ ให้ความรู้สึกดูหรูๆ น่าจะเหมาะกับผู้หญิงมีสไตล์ ลองจิบดูแล้ว รสชาตินุ่มๆ เบาๆ เพราะมีส่วนผสมของ Mekhong มิกซ์กับ Pineapple Juice, Cinnamon Syrup, Lime Juice และ Egg White จิบแล้วเพลินมากเลยเชียว  ราคาแก้วละ 230 บาท  



"Flirt" แก้วนี้ชอบมาก แนะนำๆ เพราะสั่งแล้วดูมีอะไร  ดูคลิปที่โพสต์ไว้ด้านบนจะเห็นได้ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ตอนเสิรฟ์  Mixologist จะยกออกมาให้ วางบนโต๊ะแล้วจะจุดไฟเผาก้านอบเชย ที่วางอยู่ในถาดไม้ข้างๆ แก้ว  จากนั้นจะนำแก้วที่จะใส่ Cocktail มาวางครอบลงไป  เพื่อให้ควันอบอวนอยู่ในแก้ว ก่อนที่จะนำมาใส่ตัว Cocktail ที่มีส่วนผสมของ Mekhong มิกซ์กับ Lychee, Watermelon,Vanilla Syrup  โอ้มายก๊อต ทั้งรสชาติ ทั้งกลิ่มหอม ช่างเข้ากันได้ดีเหลือเกิน แก้วดีราคา 200 บาท 



จัดไป 3 แก้ว เบาๆ รู้สึกผ่อนคลายดี นั่งจิบ Cocktail ไป ชมผู้คนเดินผ่านไปมา ในวันที่ สบายๆ ตอนบ่ายคล้อยยังสุขขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นช่วงค่ำๆ มีแสงไฟสวยๆ บรรยากาศน่าจะทำให้ชิลล์กว่านี้ ยิ่งขึ้นไปอีก เอาเป็นว่าเชิญให้ไปลองนั่งจิบ Cocktail ร้านนี้ กันดู แล้วจะฟิน เหมือนกันนี่ละคร้บท่าน...    

#กินแก้มตุ่ย ตะลุยเที่ยว 








#mekhong
#แม่โขง
#cocktailthai 

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

กินไม่อั้น คุ้มๆ ที่ Freshii Sushi Bar

19:25:00

อ่านบทความแนะนำร้าน Freshii Sushi Bar จากหลายๆ Blogger แล้วก็เกิดอาการอยากกินขึ้นมาตะหงิดๆ  เพราะว่า แต่ละท่านเขียนและถ่ายภาพมาให้ดูน่ากินเหลือหลาย ก็เลยนัดกับเพื่อนไปตามลายแทงบนอินเตอร์เน็ต ที่แจ้งพิกัดว่าอยู่แถวเมืองทองธานี 


ร้าน Freshii Sushi Bar อยู่บนชั้น 2 ในมอลล์ชื่อว่า "Bee Hive" เป็นอาคารที่ติดกับอาคารจอดรถ ถ้าหันหน้าออกฝั่งถนน ร้านจะอยู่ริมสุด..ด้านซ้ายมือ  



หน้าร้านจะมีป้ายติดแสดงราคาชัดเจน ราคา 499++ หมายถึง ยังไม่ได้รวมค่า "เครื่องดื่ม"กับ  "Service Charge" ตอนเช็คบิล ก็จะตกอยู่ราวๆ 600 กว่าบาท อันนี้ แล้วแต่เครื่องดื่มที่สั่งกันนะจ๊ะ ถ้าเป็น ชาเขียวเย็น หรือ เก็กฮวยเย็น อันนี้ จะคุ้มสุดเพราะเติมได้ไม่อั้น ส่วนเครื่องดื่มอื่นๆ กินมากจ่ายมาก กินน้อย จ่ายเท่าที่กิน 



วิธีสั่งอาหาร จะมีเมนูให้ดูที่โต๊ะและมีใบรายการให้ติ๊กถูก ข้างชื่อเมนูอาหาร มีช่องให้ใส่จำนวนที่ต้องการออเดอร์  ง่ายที่สุด ดูตามรูป และหมายเลขแล้วสั่ง ตามที่ใจปรารถนา 



เมนูที่คุ้ม และต้องสั่งก็คือ แซลมอล ซาเซมิ ที่นี่ใช้เกรดเนื้อค่อนข้างดี หั่นชิ้นใหญ่มาให้ ที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ก็คือ ซอสโชยุ มันไม่ค่อยเข้มข้น เหมือนทำเจือจาง ถ้าคนชอบรสจัดๆ พกไปเองจะกินอร่อยมากกว่าใช้ของที่ร้าน คราวหน้าถ้าไป จะพกไปเอง 

  
เมนู Hand Roll อันนี้ หน้าตาดูน่ากิน แนะนำว่า ถ้าท้องไม่ใหญ่พอที่จะจุอาหารได้เยอะ และกลัวว่าจะกินได้ไม่คุ้ม ควรสั่งเป็นเมนูท้ายๆ หรือ ไม่ก็แจ้งพนักงานว่าขอข้าวน้อยๆ หน่อย เพราะวันที่ไปกิน รู้สึกว่าตัวเองพลาดมาก กัดเข้าไปข้าวเต็มๆ เสียพื้นที่ในกระเพาะไปพอควร ดีที่รสชาติอร่อย

หัวปลาแซลมอล ต้มซีอิ้ว นักกินพลาดไม่ได้เลยเชียวล่ะ เพราะว่าให้หัวปลาใหญ่ รสชาติอร่อยมากๆ คิดว่าเมนูนี้ คุ้มค่าและคู่ควรที่จะเข้าไปแทรกอยู่ในกระเพาะอาหาร

ที่ร้านมีเมนูอาหารให้เลือกมากมาย แต่ที่มีมากหน่อยเห็นจะเป็นปลาแซลมอล มีทำเป็นซูชิหน้าตาหน้ากินหลายรายการ ถ้าเป็นแบบ nigiri สั่งเป็นคำๆ ถ้าเป็นแบบ Maki จะเป็นโรล มีมาให้ 5 คำเต็มๆ ส่วนจานนี้ เป็นเมนูหมูตุ๋น เนื้อนุ่มดี 


ภายในร้าน มีโต๊ะไม่มากนัก รับลูกค้าได้เต็มที่น่าจะประมาณนัก 15 - 20 คน วันที่ไปกิน มีลูกค้าเข้ามานั่งเต็มทุกโต๊ะ มียืนรอคิดอยู่ส่วนหนึ่ง ที่ร้าน จำกัดเวลาให้กินโต๊ะละ 40 นาที อาหารเหลือมีปรับตามที่กำหนด แต่ก็ไม่ได้โหดอะไร ราคาแบบรับได้ ว่าแต่จะสังอะไรก็ต้องประมาณท้องก่อน ไม่งั้นไม่คุ้ม 


บรรยากาศการตกแต่งร้านก็เป็นสไตล์ร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป พนักงานให้บริการดี จะสั่งอาหารกี่เที่ยวต่อกี่เที่ยวก็ยินดี ให้กินกันได้ไม่อั้นจริงๆ สรุปว่าประทับใจในอาหารและบริการ สวนตัวแล้ว ในราคานี้ สั่งปลาแซลมอล ซาเซมิ ไปสัก 3 เที่ยว ก็คุ้มแล้ว นี่ยังมีให้เลือกกินอีกหลายรายการ ใครชอบกินอาหารญี่ปุ่น เป็นอีกร้านที่น่าไปลอง

#กินแก้มตุ่ย ตะลุยเที่ยว